วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สอนวิธีการลง Windows 7


สิ่งที่ต้องเตรียม
1. แผ่น windows 7 ตาม Edition ของท่าน
2. คอมพิวเตอร์ PC / Notebook
3. USB ถ้าหากต้องการ Load driver บางตัวสำหรับ Harddisk

วิธีการลงWindows 7 ดังนี้ครับ

1. ใส่แผ่น Windows7 ลงใน CD-Rom จากนั้นทำการ Boot Computer
เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวดังรูป ให้กด Enter 1ครั้งเพื่อเป็นการเข้าสู้หน้าต่างของการลง Windows7
** ในการปรับให้ให้ Bios นั้น Boots จากแผ่้นเป็นอันดับแรก
-โดยส่วนมาก PC จะกด del / . เข้าไปทำการเซ็ตค่า
- Notebook ส่วนมากจะกด F2 หรือให้สังเกตุดีๆตอนที่คอมพิวเตอร์Boot มันจะบอกอยู่
-แต่ถ้าเราต้องการกดใช้ Boot menu เลย ทั้ง Notebook / pc ส่วนมากจะกด F12 , F10 ครับ
13
2. ให้เราทำการเลือกดังภาพ
Language to install : English
Time : Thai(Thailand)
Keyboard : US ให้เลือกเป็น US ก่อน
Windows7_1
3. จากนั้นให้ทำการกด Install now
Windows7_2
4. ให้เราเลือก OS ที่เราต้องการลง โดยจะ มีทั้ง x86(32bit) , x64(64bit) แนะนำว่าผู้ใช้ทั่วไปควรลง x86 และกด Next
Windows7_3
5. ยอมรับเงื่อนไข Lincene ของ windows 7
- ให้เราทำการ ติ๊ก(√) I accept the license > Next
Windows7_4
6. เมื่อผู้อ่านลง Windows 7 ใหม่หรือลงครั้งแรกจากการซื้อคอมพิวเตอร์ ก็ให้เลือก Custom(advanced)
Windows7_5
7. ขั้นตอนนี้เราเราเลือก Drive ที่จะลง OS Windows7 ส่วนมาก จะลงใน Disk 0 นะครับ ก็คือ Drive C: ของ windows เรานั้นเอง อย่าลง ผิด Drive นะครับดูดีๆ
Update 17/03/2012 ส่วนมากเวลาเราลง Windows 7 เราต้องรู้ว่า Partition ไหนเป็นของ Drive C สำหรับคนที่เคยลง Windows แล้วจะรู้ดีึครับ
ส่วนมากจะเป็น Disk0 Partition 1 หรือ 2 ก็ว่ากันไป ดูดีๆครับ
อย่างในรูปตัวอย่าง Disk 0 Patition 1 : system Reserved  << อันนี้เป็น Partition ของระบบ  บางคอมพิวเตอร์อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้นะครับ 
ซึ่งผมก็รู้เลยว่า 
Disk 0 Patition 2 เป็น Drive C แน่ๆ ผมก็ลง Windows 7 อันนี้แหละครับ
สำหรับคนที่เพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์มาก็ให้สร้าง Partition ใหม่ก่อนนะครับ ถึงจะสามารถลงได้
โดยปกติผมจะให้ Drive C ประมาณ 100 GB ครับ
Windows7_6
************
สำคัญ แต่สำหรับคนที่เคยลง windows 7 แล้ว หรือลง windows ตัวอื่นแล้วจะมาลง Windows 7 ใหม่ให้ทำขั้นตอนนี้ด้วยนะครับ
ให้ไปที่ Drive options (advanced)
windows7_15
จากนั้นให้เราเลือก Drive ที่เราเคยลง OS มาก่อน จากนั้นก็เลือก format ก่อนครับ จากนั้นก็เลือก Drive ที่เราจะลง OS จากนั้นก็กด Next


windows7_16

8. ขั้นตอนนี้ให้เรารอเวลาใน Install windows 7
Windows7_7
9. หลังจากนั้นให้เราใส่ชื่อ ผู้ใช้ อาทิเช่น ITITHAI จากนั้นก็กด Next
Windows7_8
10. Windows จะให้เราใส่ Password ในการ Login แต่ถ้าเราไม่ต้องการใส่ก็ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยครับ
Windows7_9
11. ขั้นตอนนี้ให้เราใส่ Product key ซึ่ง Product key จะอยู่ที่กล่อง ที่เราทำการซื้อ Windows 7 มาครับ
Windows7_10
12. ขั้นตอนนี้ให้เราเลือก Use recommended Setting เพื่อเป็นการ Update Patch windows ต่างๆ
Windows7_11
13. ให้เราเลือกเวลา Time Zone : UTC+07.00 Bangkok,Hanoi,Jakarta
windows7_12
14. ในหัวข้อนี้ถ้าเรายังไม่แน่ใจ ให้เราเลือก Public network (ตามที่Microsoft แนะนำ)
Windows7_14

15. จากนั้นเราก็จะได้ Window7 ที่หน้าตาที่สวยงาม ดังภาพ ครับ โชคดีในการลงนะครับ
windows7-13
16. ก็เป็นเสร็จสิ้นในการลง Windows 7 แล้ว เป็นไงละครับ ง่ายไหมครับ กับการลง Windows 7

วิธีใช้โปรแกรมโฟโต้ช็อปพื้นฐาน Adobe Photoshop


 โฟโต้ช็อปเวอร์ชั่น 4 หรือ CS4

 ในบรรดาโปรแกรมกราฟฟิคจัดการภาพ ในอดีตและปัจจุบันยังไม่มีโปรแกรมตัวใดจะมาเทียบเคียง โฟโต้ช็อป ได้ โฟโต้ช็อปได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและปรับปรุงจุดอ่อนข้อด้อยของรุ่นต่างๆมาจนถึงปัจจุบัน โฟโต้ช็อปยังเป็นสุดยอดโปรแกรมตัดต่อตกแต่งภาพอย่างไม่มีใครปฏิเสธ

เมื่อเราเปิดโปรแกรมขึ้นมาหน้าตาของโฟโต้ช็อปแต่ละรุ่นจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในส่วนของกล่องเครื่องมือ ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานหลัก ที่อยู่ฝั่งซ้ายของหน้างาน

เราจะมาทำความเข้าใจและรู้จักกับหน้าที่ของเครื่องมือเหล่านี้กันว่าแต่ละตัวมีหน้าที่อย่างไร

 Marquee เป็นกลุ่มเครื่องมือที่ใช้ในการเลือกหรือกำหนดพื้นที่งานตามที่เราต้องการหรือภาษาเทคนิคเราเรียกว่า ซีเล็คชั่น ( Selection)
  Rectangular Marquee Tool - เป็นเครื่องมือในการกำหนดขอบเขตพื้นที่งานแบบสี่เหลี่ยม
Elliptical Marquee Tool        -  เป็นเครื่องมือเลือกขอบเขตแบบวงรี หรือวงกลม
Single Row Marquee Tool   -  เป็นเครื่องมือเลือกขอบเขตแบบเส้นตรงแนวนอน หรือความสูงของพิกเซล
Single Column Marquee Tool - เป็นเครื่องมือเลือกขอบเขตแบบเส้นตรงแนวตั้งหรือ ความกว้าวงของ พิกเซล

 Lasso Tool -เป็นกลุ่มเครื่องมือที่กำหนดขอบเขตของพื้นที่เช่นเดียวกับ Marquee แต่ Lasso จะกำหนดขอบเขตได้อย่างอิสระมากกว่า
Lasso Tool - ใช้เลือกขอบเขตตามที่เราต้องการโดยการ Drag Mouse ให้จุดสุดท้ายมาจบกับจุดเริ่มต้นพอดี
Lasso Tool  Polygonal - ใช้กำหนดพื้นที่แบบเหลี่ยมโดยการคลิก เมาส์ที่จุดแรกและกดคลิกไปเรื่อยๆตามบริเวณที่เราต้องการจนวนมาจบที่จุดเริ่มต้นเช่นเดียวกัน หรือ ดับเบิ้ลคลิกเพื่อหยุดก็ได้

Lasso Tool Magnetic  - เป็นการเลือกขอบเขตแบบอัตโนมัติ โดยการลากเม้าส์จากจุดเริ่มต้นไปตามพื้นที่ที่เราต้องการดดยโปรแกรมจะทำการอ่านค่าสีที่มีความแตกต่างกัน พื้นที่จะกว้างหรือแคบขึ้นอยู่กับสีบริเวณนั้น

 กลุ่มนี้เป็นเครื่องมือที่แบกแยกภาพออกเป็นชิ้นเล็กๆเพื่อนำไปใช้งานบนเว็บไซต์ทั่วไป เครื่องมือชุดนี้ใช้ประกอบการการเขียนเว็บออกแบบเว็บซึ่งคนทั่วไปมักไม่ได้ใช้และจะใช้ร่วมกับโปรแกรมสร้างเว็บอย่าง DW ( เนื่องจากเราไม่สามารถนำไฟล์ภาพทั้งภาพขึ้นไปยังเว็บได้
Slice Tool - แบ่งภาพออกเป็นส่วน
Slice  Select Tool - เป็นเครื่องมือ เลือกชิ้น Slice ที่ตัดแล้ว เพื่อนำไปจัดการบนเว็บ


Magic Wand Tool - เป็นเครื่องมือเลือกขอบเขตอัตโนมัติอีกตัว

Crop Tool            - เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดส่วนเกินของภาพ เลือกเฉพาะส่วนที่ต้องการ

Eyedropper tool -เป็นเครื่องมือที่ใช้ดูดสีจากภาพ
Measure Tool -    เป็นเครื่องมือวัดหรือไม้บรรทัด






Spot Healing -เป็นเครื่องมือในการไล่สีหรือเกลี่ยสี หรือลบจุดในภาพ
Healing Brush -เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการ ก๊อปปี้ ส่วนที่ต้องการมาทับส่วนที่เราไม่ต้องการ พร้อมทั้งเกลี่ยสีให้กลมกลืน
Patch Tool - เป็นเครื่องมือที่ทำงานเหมือนกับ Healing Brush แต่ใช้พื้นที่มากกว่า
Red Eye Tool - เป็นเครื่องมือที่ใช้กำจัดจุดตาแดงที่เกิดจากการถ่ายภาพแล้วที่ดวงตาจะมีสีแดง ใช้เครื่องมืตัวนี้กำจัด



Brush Tool - เป็นเครื่องมือที่ใช้ระบายสี หรือพู่กันระบายสี สามารถกำหนดค่าสีให้มีลักษณะต่างกันออกไปได้ตามแต่ผู้ใช้
Pencil Tool - เป็นดินสอ มีหลักการทำงานเหมือนพู่กันแต่เส้นจะมีความคมชัดกว่า

Clone stamp Tool - เป็นเครื่องมือในการทำสำเนาภาพโดยต้องมีจุดเริ่มต้นที่ภาพต้นฉบับก่อน โดยทำงานร่วมกับ เครื่องมืออื่นในคีย์บอร์ด
 Pattern Stamp -เป็นเครื่องมือที่ทำงานคล้ายกับ Clone แต่จะทำการวาดได้เลยโดยไม่ต้องใช้ร่วมกับคีย์บอร์ด ภาพจะต่อเนื่องตามชนิดของหัวแปรงที่เราเลือก

History Brush Tool - เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการลบ เอฟเฟ็กท์ บางส่วนของภาพออกไป
 Art History -    เป็นเครื่องมือที่ใช้บิดเบือนค่าสีและรูปทรงให้เพี้ยนไปจากเดิมทำให้ภาพถ่าย มีความคล้ายกับภาพเขียนสีได้
Eraser Tool - เป็นยางลบพื้นฐานทั่วไปที่ใช้ลบงานส่วนที่เราต้องการแก้ไขหรือดัดแปลงหรือไม่ต้องการออก
Background Eraser - เป็นยางลบที่ใช้ลบพื้นหลังของภาพหรือส่วนที่เราไม่ต้องการออก โดยการคลิกไปตามพื้นที่ที่เราต้องการลบ ( เครื่องมือตัวนี้ผมไม่แนะนำให้ใช้ เพราะจะทำให้โปรแกรมค้างได้ โดยเฉหพาะในเวอร์ชั่น CS4 ลงไป )

Magic Eraser -  เป็นยางลบที่ใช้ลบพื้นหลังที่เป็นสีเดียวกัน และแตกต่างจากสีของภาพชัดเจน โดยการคลิกเพียงครั้งเดียวก้สามารถลบได้ แต่ควรใช้ด้วยความระมัดระวังถ้าสีพื้นหลังมีสีเดียวกับสีของภาพที่เราต้องการเก็บยางลบนี้จะลบภาพไปด้วย ทำให้เราเสียเวลา

Dodge Tool  - เป็นเครื่องมือที่ใช้เพิ่มความสว่างให้ภาพ แต่ควรใช้ด้วยความระวังเช่นกันเพราะจำทำให้ภาพเบลอได้
Burn Tool - เป็นเครื่องมือที่เติมความมืดเข้าไปในส่วนต่างๆของภาพ เช่นที่เราต้องการสร้างเงาหรือขอบภาพในมุมมืดเพื่อสร้างให้ภาพมีมิติขึ้น

Sponge Tool - เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการดูดซับสีออกจากภาพในส่วนที่เราต้องการเน้น หรือให้ภาพจางลงในบางจุด



Gradient Tool - เป็นเครื่องมือที่ใช้เติมไล่ระดับเฉดสี จากอ่อนไปเข้ม
Piant Bucket -เป็นกระป๋องสำหรับเทสีลงไปในพื้นงานที่ต้องการ แต่จะเป็นสีโทนเดียวไม่สามารถไล่ระดับสีได้





Pen Tool -เป็นเครื่องมือในการสร้างเส้น Path ในแบบต่างๆกลุ่มนี้เป็นกลุ่มสร้าง Pathและปรับแต่ง





เป็นกลุ่มเครื่องมือที่ใช้ในการพิมพ์ ทั้งแบบธรรมดาและแบบ Maskทั้งแนวตั้งบนลงล่างและแนวนอนซ้ายไปขวา
เป็นกลุ่มเครื่องมือในการวาดรูปทรงและเส้นPath เป็นแบบเวคเตอร์เพื่ออกแบบชิ้นงานอื่นๆตามที่เราต้องการ
บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับชิ้นงานและสามรถใส่เสียงลงไปได้


ใช้เลื่อนพื้นที่ทำงานกรณีที่งานมีหลายเลเยอร์ Layer
แว่นขยายเพื่อขยายชิ้นงานในส่วนที่เราต้องการตกแต่งให้ละเลียดให้เห็นชัดเจน

เครื่องมือบรรจุสี ทั้ง Forground  และ Background สลับไปมาตามที่ต้องการ





ส่วนนี้จะมีในแค่รุ่น CS2 ลงไปเท่านั้น ใช้ในการเชื่อต่อโปรแกรม แอนิเมชั่นแฟลช





กล่องเครื่องมือ PS รุ่นต่างๆ


การใช้งานเครื่องมือของโฟโต้ช็อปเกือบทุกตัวจะต้องใช้ควบคู่กับเครื่องมืหรือชุดคำสั่งอื่นร่วมด้วย เช่น คีย์บอร์ด และเครื่องมือบนแถบเครื่องมือ Tool Bar นอกจากนี้โฟโต้ช็อปยังมีเครื่องมือและชุดคำสั่งงอื่นอีกมากมายในชุดคำสั่ง เช่น ในเมนู File ,Edit,Image ,Select ,Layer , Filter ,Window เป็นต้นซึ่งแต่ละชุดมีเครื่องมือที่ซับซ้อนและสูงขึ้นที่ผู้ใช้จะต้องศึกษาและเรียนรู้เพิ่มเติมและพัฒนาทักษะเราอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความชำนาญในการใช้เครื่องมือ



การเปลี่ยนสีพื้นหลังและแต่งสีให้ภาพที่ต้องการเน้น


ภาพที่เกลี่ยสี ให้ดูกลมกลืนกัน
 การสร้างภาพแบบลายเส้น เวคเตอร์

ภาพกล่องของขวัญที่สร้างขึ้นจากการออกแบบขึ้นมาจากสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงยกเว้นโบว์



การออกแบบการ์ดอวยพรในโอกาสต่างๆ


ภาพที่เกิดจากการผสมเลเยอร์และออกแบบผสมจากภาพจริงและกราฟฟิคที่สร้างมาใหม่


เป็นกราฟฟิคร้อยเปอร์เซ็นโดยไม่มีส่วนที่เป็นภาพจริงอยู่เลยแต่ใช้วิธีเทียบเคียงจนเหมือนจริง


การใช้แมสค์บังภาพบางส่วนเพื่อให้เห้นความแตกต่าง



การบิดภาพโดยใช้เครื่องมือในกลุ่ม Edit


การสร้างภาพแบบเวคเตอร์


การออกแบบปกหนังสือโดยไม่มีภาพจริงผสมอยู่เลย


การปรับแสงและแต่งบรรยากาศจากภาพถ่ายจริงที่มีเพียงดอกหญ้าเท่านั้น


การสร้างภาพจากเครื่องมือชุด 3 D 



การสร้างภาพจากเครื่องมือชุด Pen Tool โดยไม่มีภาพจริงปนอยู่เลย


การสร้างภาพแบบผสมเลเยอร์และใช้ภาพถ่ายจริงประกอบเข้ากับงานกราฟฟิคภาพจริงในนี้คือภาพคนและพื้นหลังที่เป็นดินสอและบังด้วย แมสค์



การย้อมสีภาพเพื่อให้มุมมองใหม่ๆกับภาพ (เป็นภาพเดียวกับภาพดอกไม้ข้างบนที่เกลี่ยสี)

กังวาล ทองเนตร

วิธีการแก้ไวรัสซ่อนไฟล์แฟลชไดรฟ์

## แก้ไวรัสซ่อนไฟล์ ได้ทุกกรณี 100% วิธีนี้ใช้ได้เกือบจะทั้งหมด เพราะ วินโดซ์ จะมี OS แถมมาให้อยู่แล้ว##
เอามาประยุกต์ใช้กับ Card Reader หรือ ไดรฟ์อื่น ในเครื่องก็ได้นะ

หรือถ้าโดนไวรัส บล็อค Folder option ก็สามารถแก้ได้

เสียบแฟลชไดรฟ์ แล้ว สังเกตุว่า แฟลชไดรฟ์ คุณอยุ๋ที่ไดรฟ์ไหน

ยกตัวอย่างเช่น ของผม อยู๋ไดรฟ์ H:

หลังจากนั้น เข้าไปที่ Command Propmt โดยการ

เข้าไปที่ Start —> Run —–> แล้วพิมคำว่า cmd แล้วกด Enter

หรืออีกวิธี

เข้าไปที่ Start —>Programs—–>Acessories——>Command Propmt

จะเข้าหน้าจอดังนี้

C:\Document and Settings\Administrator> (บางคนอาจไม่เหมือนกัน แต่ไม่ต้องสนใจ)

อันนี้คือหน้าจอ Os เครื่องผม (โบราณได้อีกก แง้วว… )

ผมลง Windows ไว้ ไดรฟ์ G: เลยเป็น G:\Document and Settings\\Administrator>

ขั้นตอนที่ 2 ให้เราพิมพ์ คำสั่ง เพื่อสลับไปที่ ไดรฟ์แฟลชไดรฟ์ เช่น แฟลชไดรฟ์ผมอยุ่ H:

G:\Document and Settings\Administrator> h: <—– พิม h: แล้วกด Enter

จะมาขึ้นดังนี้

H:\>

(อันนี้ แล้วแต่ว่า แฟลชไดรฟ์ คุณอยู่ ไหน ถ้า อยู๋ที่ G: ก็พิมพ์ g: )

หลังจากนั้นเป็นส่วนสำคัญคือการ ใส่คำสั่งAttribute

H:\> attrib *.* -s -h -a -r /d /s (เว้น ช่องไฟด้วยนะครับ)

แล้วรอซํกครู่ ให้มันทำงานจนกลับไปที่

H:\>

หลังจากนั้นให้กลับไปดูที่แฟลชไดรฟ์คุณ จะเห็นว่า ไฟล์ที่ซ่อนไว้ถูกแสดงหมด